หลักการและเหตุผล
ในยุคปัจจุบันที่โลกขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นผลให้เกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับกลายเป็นว่าสภาวะจิตใจของมนุษย์กำลังเคลื่อนคล้อยไปในทิศทางตรงข้าม เป็นเหตุให้ผู้ขาดที่พึ่งหรือสิ่งยึดเหนี่ยวภายในมักจะตกอยู่ในสภาพการณ์ที่ตึงเครียดและบีบคั้น จึงพบว่ามีผู้คนจำนวนมากขึ้นกำลังดิ้นรนการหาหนทางเพื่อหลีกหนีหรือปลดเปลื้องจากทุกข์ที่กำลังเผชิญ การส่งเสริมให้ผู้คนในสังคมได้มีโอกาสฝึกฝนในการเจริญสติ นับเป็นการช่วยยกระดับจิตใจให้แต่ละบุคคล มีตนเป็นที่พึ่งแห่งตน สามารถใช้สติสัมปชัญญะที่ผ่านการฝึกฝนมาช่วยผ่อนคลายปัญหาและความทุกข์ที่ต้องเผชิญ แต่อย่างไรก็ตามการหลีกหนีจากปัญหาทางโลกก็ยังไม่ใช่หนทางหนีออกจากทุกข์อย่างแท้จริงตามอุดมการณ์ของพุทธศาสนา ตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศาสดาของศาสนาพุทธ ทรงตรัสถึงทางแห่งการพ้นทุกข์ มีทางสายเอกสายเดียว (เอกายนมรรค) คือ การเจริญวิปัสสนากรรมฐาน พระองค์ทรงระบุไว้ชัดเจนในมหาสติปัฏฐานสูตรว่า เอกายนมรรค คือ สติปัฏฐาน ๔ โดยมี “ฐาน” หรือ “ที่ตั้ง” ในการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ได้แก่ กายานุปัสสนา, เวทนานุปัสสนา, จิตตานุปัสสนา และ ธรรมานุปัสสนา
วัดภัททันตะอาสภาราม จัดเป็นสถานที่สัปปายะ คือ สงบ สะอาด สะดวก มีกัลยาณมิตรเกื้อกูล มีครูบาอาจารย์ช่วยชี้แนะแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง มีอาหาร สภาพแวดล้อมและอากาศที่ดี เหมาะสมแก่การเข้ามาปฏิบัติธรรมเพื่อเจริญสติ ทั้งในระดับที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนกระทั่งดำเนินสู่หนทางแสวงหาการพ้นทุกข์คือออกจากสังสารวัฏ เนื่องจาก วัดภัททันตะฯ มีวัตถุประสงค์โดยตรงในการจัดสร้างขึ้นเพื่อเผยแผ่การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวมหาสติปัฏฐาน ๔ โดยพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระภัททันตะ อาสภมหาเถระ ธัมมาจริยะ อัคคมหากัมมัฏฐานาจริยะ ซึ่งได้ทำหน้าที่เป็นพระธรรมทูตจากประเทศเมียนมาร์ เข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้านวิปัสสนาธุระในประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๖ จากการอาราธนาของคณะสงฆ์และรัฐบาลไทยในสมัยนั้น อีกทั้งท่านเจ้าอาวาส พระครูภาวนาวราลังการ วิ. มีดำริให้วัดภัททันตะฯ เปิดเป็นสถานที่ฝึกอบรมพระสังฆาธิการสนองงานคณะสงฆ์ และจัดเป็นสถานที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานของบุคลากรจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งราชการและเอกชน ตลอดจนนักเรียน นักศึกษา เยาวชนและประชาชนผู้สนใจทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
ทั้งนี้ โครงการ “คอร์สปฏิบัติธรรมไม่จำกัดกาล” เป็นคอร์สที่เปิดให้เข้าปฏิบัติธรรม ณ วัดภัททันตะฯ ได้ตลอดทั้งปี ไม่จำกัดระยะเวลา สามารถมาได้ทั้งแบบรายบุคคลหรือมาเป็นกลุ่ม จะมีการนัดหมายล่วงหน้าหรือไม่มีการนัดหมายก็ได้ โดยตลอดช่วงเวลาการเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ณ วัดภัททันตะฯ จะมีผู้ช่วยพระวิปัสสนาจารย์ ดูแลให้คำแนะนำแนวทางการปฏิบัติ รวมทั้งมีการส่งสอบอารมณ์กับพระวิปัสสนาจารย์ เพื่อช่วยให้การปฏิบัติมีความถูกต้องตามแนวทางสติปัฏฐาน ๔ ช่วยให้ผู้ปฏิบัติมีความรู้ ความเข้าใจ จนกระทั่งเกิดความเจริญก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมได้อย่างต่อเนื่องต่อไป
วัตถุประสงค์
๑. เพื่อเผยแผ่หลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
๒. เพื่อเผยแผ่การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวทางสติปัฏฐาน ๔
๓. เพื่อส่งเสริมแนวทางฝึกสร้างสติสำหรับใช้ในการดำเนินชีวิต
เป้าหมาย
เชิงปริมาณ:
๑. มีผู้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมตลอดทั้งปี รวมทั้งสิ้นประมาณ ๕๐๐ รูป/คน (ประกอบด้วย บรรพชิต, บุคลากรภาครัฐ/เอกชน, นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ทั้งชาวไทยและต่างชาติ)
เชิงคุณภาพ:
๑. ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถเข้าใจและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ได้อย่างถูกต้อง
๒. ผู้เข้าร่วมโครงการเกิดความสงบทางจิตใจ มีสติสัมปชัญญะ และสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
วิธีดำเนินโครงการ
๑. จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการและมอบหมายงานตามหน้าที่
๒ ประชาสัมพันธ์โครงการฯ ในช่องทางของวัดภัททันตะฯ ได้แก่ เวบไซต์ เฟซบุ๊ก และ ไลน์แอด
๓. ผู้เข้าปฏิบัติธรรม ลงทะเบียน ณ วัดภัททันตะฯ
๔. การตรวจสอบสิทธิ์ / คัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้น และจัดสรรที่พัก
๕. เข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
๕.๑ สำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ ทางวัดจะมีผู้ช่วยพระวิปัสสนาจารย์ สอนวิธีการปฏิบัติในเบื้องต้น
๕.๒ ผู้ปฏิบัติสามารถเข้าพบเพื่อส่งอารมณ์กับพระวิปัสสนาจารย์ได้ตามตารางเวลาที่กำหนด
๕.๓ ก่อนกลับจากการปฏิบัติ จะได้ลากรรมฐานกับท่านเจ้าอาวาส (พระครูภาวนาวราลังการ วิ.)
๖. ผู้รับผิดชอบโครงการ สรุปข้อมูลผู้เข้าร่วมโครงการฯ
ระยะเวลาดำเนินโครงการ
- เปิดให้เข้าร่วมโครงการปฏิบัติธรรมได้ตลอดทั้งปี
- ไม่จำกัดระยะเวลาในการเข้าปฏิบัติธรรม
สถานที่จัดโครงการ
วัดภัททันตะอาสภาราม อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี
ผู้รับผิดชอบประสานงานโครงการ
๑. นางสาวพรพิมล จิตต์จันทร์
งบประมาณ
เงินกองทุนของวัดภัททันตะฯ ที่เปิดรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๑. พุทธศาสนิกชนทั้งบรรพชิตและฆราวาส ได้ฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวสติปัฏฐาน ๔
๒. ผู้เข้าร่วมโครงการฯ เกิดความศรัทธาและกลับมาฝึกปฏิบัติอีกในเวลาต่อมา
๓. ผู้เข้าร่วมโครงการได้นำหลักธรรมคำสอนไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
กำหนดการ
โครงการ “คอร์สปฏิบัติธรรมไม่จำกัดกาล”
ลงทะเบียนเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ได้ทุกวัน ตลอดทั้งปี
