หลักการและเหตุผล
เนื่องด้วยเทศกาลเข้าพรรษา เป็นช่วงเวลาที่พระสงฆ์ต้องหยุดพักจากการจาริกเผยแผ่ศาสนา และอธิษฐานอยู่ประจำวัดใดวัดหนึ่ง ตลอดระยะเวลานาน ๓ เดือน โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น จึงเป็นช่วงเวลาเหมาะสมในการที่พระสงฆ์จะได้ศึกษาพระธรรมวินัย และได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน สำหรับประชาชนก็นับเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สืบทอดพระศาสนาและอนุรักษ์ประเพณีอันดีของชาติไทย โดยการร่วมบำเพ็ญกุศลด้วยประการต่างๆ เช่น ถวายผ้าอาบน้ำฝน ถวายเทียนพรรษา รักษาศีล ฟังธรรม รวมถึงการปฏิญาณตนเพื่อการลด ละ เลิกอบายมุขต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเป็นการสืบสานประเพณีการบวชเรียนซึ่งเป็นค่านิยมดั้งเดิมของชาวไทยที่นิยมให้กุลบุตรได้อุปสมบทในช่วงเข้าพรรษา เนื่องจากการดำรงสมณเพศเป็นพระภิกษุ ในช่วงเข้าพรรษาตลอด ๓ เดือน เป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควร สำหรับการเรียนรู้และฝึกฝนตามพระธรรมวินัย รวมทั้งการได้ฝึกพัฒนาสติและเจริญจิตภาวนา เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ โดยมีครูบาอาจารย์ที่อยู่จำพรรษาได้คอยช่วยดูแลให้คำปรึกษาแนะนำอย่างใกล้ชิด
ในการนี้ วัดภัททันตะอาสภาราม โดยการดำริของท่านเจ้าอาวาส พระครูภาวนาวราลังการ วิ. จึงได้กำหนดให้มีการจัดโครงการ “คอร์สสัจจานุปัสสนา (เข้าพรรษา ๓ เดือน)” เพื่ออำนวยความสะดวกให้พระภิกษุทั้งพระนวกะและพระเถระ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนที่ต้องการถือศีลปฏิบัติธรรมอย่างเข้มข้น ได้เข้าร่วมปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ซึ่งเป็นแนวทางที่วัดภัททันตะฯ สั่งสอนเผยแผ่อย่างต่อเนื่องตลอดมา นับตั้งแต่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระภัททันตะ อาสภมหาเถระ ธัมมาจริยะ อัคคมหากัมมัฏฐานาจริยะ เข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้านวิปัสสนาธุระในประเทศไทย ในฐานะพระธรรมทูตจากประเทศเมียนมาร์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๖ ตามคำอาราธนาของคณะสงฆ์และรัฐบาลไทยในสมัยนั้น ด้วยเหตุผลที่ว่า การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวสติปัฏฐาน ๔ เป็นทางอันเอกสายเดียวที่จะนำไปสู่การพ้นทุกข์ คือ ออกจากสังสารวัฏ ซึ่งเป็นอุดมการณ์สูงสุดของพุทธศาสนา
วัตถุประสงค์
๑. เพื่อเผยแผ่หลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
๒. เพื่อเผยแผ่การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวทางสติปัฏฐาน ๔
๓. เพื่อให้ภิกษุและสาธุชนที่มีจิตศรัทธาได้ร่วมปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวทางสติปัฏฐาน ๔
๔. เพื่อการมีส่วนร่วมจรรโลงสังคมด้วยการยกระดับจิตใจ ฝึกการสร้างสติสำหรับใช้ในการดำเนินชีวิต
๕ เพื่อร่วมสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของไทย ในช่วงเข้าพรรษา
เป้าหมาย
เชิงปริมาณ:
๑. มีผู้เข้าร่วมโครงการ ประมาณ ๒๕ รูป/คน ต่อหนึ่งรุ่น
เชิงคุณภาพ:
๑. ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ได้อย่างถูกต้อง
๒. ผู้เข้าร่วมโครงการเกิดความสงบทางจิตใจ มีสติสัมปชัญญะ และสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
๓. ผู้เข้าร่วมโครงการเกิดจิตศรัทธาและกลับมาปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง
วิธีดำเนินโครงการ
๑. จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการและมอบหมายงานตามหน้าที่
๒ ประชาสัมพันธ์โครงการฯ ในช่องทางของวัดภัททันตะฯ ได้แก่ เวบไซต์ เฟซบุ๊ก และ ไลน์แอด
๓. เปิดรับสมัคร (ก่อนเปิดคอร์สประมาณ ๑ เดือน)
๔. การตรวจสอบสิทธิ์ / คัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้น และจัดสรรที่พัก
๕. ผู้เข้าปฏิบัติธรรม ลงทะเบียน ณ วัดภัททันตะฯ
๖. เข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
๖.๑ พิธีเปิดโครงการ ปฐมนิเทศ และพิธีขึ้นกรรมฐาน
๖.๒ สำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ ทางวัดจะมีผู้ช่วยพระวิปัสสนาจารย์ สอนวิธีการปฏิบัติในเบื้องต้น
๖.๓ ผู้ปฏิบัติสามารถเข้าพบเพื่อส่งอารมณ์กับพระวิปัสสนาจารย์ได้ตามตารางเวลาที่กำหนด
๖.๔ พิธีปิดโครงการและพิธีลากรรมฐาน
๗. ผู้รับผิดชอบโครงการ สรุปข้อมูลผู้เข้าร่วมโครงการฯ / ความพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการ และ/หรือ ผลที่ได้รับจากการเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
ระยะเวลาดำเนินโครงการ
- ระหว่างวันที่ ๒๙ กรกฎาคม - ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๙
สถานที่จัดโครงการ
วัดภัททันตะอาสภาราม อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี
ผู้รับผิดชอบประสานงานโครงการ
๑. นางสาวพรพิมล จิตต์จันทร์
งบประมาณ
เงินกองทุนของวัดภัททันตะฯ ที่ได้จากการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๑. ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับความรู้และได้ฝึกฝนการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวสติปัฏฐาน ๔ อย่างถูกต้อง
๒. ได้นำหลักธรรมและวิธีการเจริญสติไปใช้ในการดำเนินชีวิต
๓. ผู้เข้าร่วมโครงการเข้าใจแก่นแท้และอุดมการณ์ของพระพุทธศาสนา
